ไซเบอร์วนาราม.เน็ต

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

laithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithai

          วันที่ 12 มีนาคม 2553 ตามปกติวันศุกร์เป็นวันที่รถราในกรุงเทพฯจะติดมากที่สุด เพราะเป็นวันสุดท้ายของการทำงาน คนทำงานรีบกลับบ้านหรือเดินทางไปต่างจังหวัด แต่วันศุกร์ที่ผ่านมาตามท้องถนนรถวิ่งสะดวกไม่มีรถติด แต่ต้องเว้นเส้นทางที่คนเสื้อแดงชุมนุมเช่นวงเวียนใหญ่ สวนลุมพินี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นต้น 


          จะเป็นเพราะกระแสของคนเสื้อแดงและพระราชบัญญัติความมั่นคงแห่งชาติก็เหลือจะคาดเดา ตามสี่แยกต่างๆมีทหารยืนทำหน้าที่แทนตำรวจ แม้แต่บางวัดก็ยังมีทหารใช้เป็นที่ทำการชั่วคราว ทหารช่างรักประเทศและรักประชาชนเหลือเกิน ได้คุยกับทหารที่มีคอยทำหน้าที่ตามคำสั่งภายในวัดบวรนิเวศตอนบ่ายๆ เขาเล่าให้ฟังว่า “ผมต้องทำตามหน้าที่ เมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งมาผมก็ต้องทำ ถ้าไม่ทำก็จะเป็นการผิดระเบียบ มีความผิด แล้วหลวงพี่มีทางออกให้ผมอย่างไรเล่าครับ” ทหารคนนั้นยิ้มแห้งๆ
          ทหารกลุ่มนั้นย้อนถามด้วยคำถามที่ตอบไม่ได้ ทารทำตามหน้าที่นั่นถูกแล้ว แต่การที่ทหารออกมายึดท้องถนนแทนที่จะอยู่ในกรมกอง จะให้ชาวบ้านคิดอย่างไร แม้ว่าทหารจะอยู่ฝ่ายประชาชน แต่ในยามที่ประชาชนกลุ่มหนึ่งมีความเห็นไม่ตรงกับรัฐบาล จะบอกว่าเขาผิดคงไม่ถูกต้องนัก ความเห็นอาจขัดแย้งกันได้ ต้องขอบคุณทหารที่ไม่คิดทำร้ายประชาชน  ความคิดเห็นอาจแตกต่างกันได้ ถึงอย่างไรก็ยังเป็นคนไทยเหมือนกัน

 

          เหตุการณ์จะจบลงอย่างไรนั้นตอนนี้ยังตอบไม่ได้ รัฐบาลก็ทำหน้าที่ไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ประชาชนก็ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เอ๊ะ...อย่างนี้ใครผิดผิดใครถูก ฉันก็ยังงงๆ เคยตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ในช่วงนี้คงไม่มีข่าวใดที่คนให้ความสนใจมากไปกว่าข่าวของคนเสื้อแดงเดินขบวน ขอพักธรรมไว้ในใจสักครู่หันมาสนใจสถานการณ์บ้านเมืองสักสองสามวัน ตอนนี้ธรรมะกำลังถูกลืมมีพระภิกษุบางรูปเข้าร่วมกระบวนคนเสื้อแดงด้วย บางรูปถึงกับประกาศว่าจีวรเหลือแต่หัวใจสีแดง ใครจะผิดหรือถูกต้องปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องตัดสิน เวลาจะแก้ปัญหาด้วยตัวมันเอง
          คนกรุงเทพฯกำลังประสบภาวะหวาดระแรง เกิดอาการเครียด  ไหนจะด้านความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน ตลอดถึงการเป็นอยู่ ยิ่งผู้ที่อยู่ใกล้ๆกับที่ชุมนุมยิ่งต้องระวัง เพราะไม่รู้ว่าเหตุการณ์รุนแรงจะเกิดขึ้นหรือไม่ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาในเดือนเมษยนปีที่แล้ว กรุงเทพฯได้กลายเป็นทะเลเพลิงในบางจุด เผารถเมล์ เผาป้อมตำรวจ เผาปั้มน้ำมัน ผู้คนยังสงสัยไม่หายว่าอาจมีคนตายและมีคนหาย ดังนั้นวงจรประวัติศาสตร์อาจย้อนกลับมาเกิดขึ้นได้อีกครั้ง ชีวิตเป็นของมีค่าได้มาด้วยความยากลำบาก จะปล่อยให้สูญเสียไปเพราะคนมีความเห็นแตกต่างกันคงไม่คุ้ม ปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามกระบวนการตามธรรมชาติเถิด

          การต่อสู้แบบอหิงสาคือการไม่ใช้อาวุธ เป็นการต่อสู้ด้วยความสงบ ผู้นำมาใช้และประสบความสำเร็จครั้งแรกคือมหาตมคานธี แต่เมื่อนำมาใช้กับสังคมไทยอหิงสาก็ได้ถูกแปลความหมายไปเป็นอย่างอื่น  ทหารตำรวจไม่มีอาวุธนั่นเป็นเรื่องผิดปกติ อย่างน้อยต้องมีอาวุธไว้ป้องกันตัวถึงจะถูก แม้แต่ตำรวจผู้ถืออาวุธแท้ๆยังถูกทำร้ายอย่างกรณีของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ที่ต้องจบชีวิตเพราะฝีมือของคนร้าย ก็ได้แต่สงสารครอบครัวที่ต้องสูญเสียนายตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสงบสันติแห่งชาติ แล้วเหตุการณ์ความไม่สงบสามจังหวัดจะลงเอยอย่างไร ยากที่จะมีคำตอบ เท่าที่ดูจากข่าวโทรทัศน์ไม่เห็นรัฐบาลจะส่งทหารไปสกัดกั้นผู้ที่จะมาจากทางใต้เลย เห็นแต่สกัดกั้นคนมาจากภาคเหนือและอีสาน ไหนว่าจะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนแสดงออกด้านการเมืองตามสิทธิและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ  
          เมื่อเห็นทหารตำรวจในยามปกติประชาชนอุ่นใจ แต่ในยามที่ประชาธิปไตยกำลังสะดุดเมื่อเห็นทหารทำให้คิดถึงการปฏิวัตรัฐประหารขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะทหารคือตัวแทนแห่งสงครามมิใช่ตัวแทนแห่งสันติ ใครจะสามารถรับประกันได้ว่า คนที่ถืออาวุธในมือเมื่อถูกยั่วยุหนักเข้าจะไม่ใช้อาวุธป้องกันตัว สงสารเหล่าทหารที่ต้องทำหน้าที่พิทักษ์รักษาความสงบต้องมาทนทุกข์กับสถานการณ์ที่ตัวเองไม่มีทางเลือก  .....อดทนไว้นะทหารกล้าอย่าทำร้ายประชาชน......คนเสื้อแดงก็อดทนไว้อย่ายั่วยุทหาร.. ตำรวจทหารคือมิตรของประชาชน

          อุปนิสัยดั้งเดิมของคนไทยคือยิ้มง่าย ยิ้มได้แม้เมื่อยามมีภัย แต่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้คงได้แต่ยิ้มแหยๆ ถึงยิ้มได้ก็ไม่เต็มหน้า  เขียนไปเขียนมาชักไม่แน่ใจว่าตอนนี้แนวโน้มแห่งจิตจะคิดเห็นด้วยกับคนกลุ่มใด ไม่ได้สนับสนุนให้มีการเดินขบวนประท้วงแต่อย่างใด ในใจอยากเห็นสันติสุขในบ้านเมือง แต่ไม่อยากเห็นความสงบด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร....โอหนอ..สงสารประเทศไทย..เมื่อไหร่จะสงบเสียที

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
รำพึงรำพัน
๑๓/๐๓/๕๓

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

กองธรรมสนามหลวง

กองบาลีสนามหลวง

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

กรมการศาสนา

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

บัณฑิตวิทยาลัย  มมร

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธ)

เว็บไชต์นักศึกษาปริญญาเอก สาขาพุทธศาสน์ศึกษา มมร

 

วัดไทย

เว็บวัดในประเทศไทย

วัดไทยในต่างประเทศ

คณะสงฆ์ธรรมยุตUSA

 วัดป่าธรรมชาติ LA

พระคุ้มครอง

วัดธรรมยุตทั่วโลก

 

ส่วนราชการในประเทศไทย

มหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ส่วนราชการในประเทศไทย

กระทรวงในประเทศไทย

 

หนังสือพิมพ์ไทย

ไทยรัฐ
เดลินิวส์
มติชน
ผู้จัดการ
กรุงเทพธุรกิจ
คม ชัด ลึก
บ้านเมือง
ข่าวสด
ฐานเศรษฐกิจ
ประชาชาติธุรกิจ
สยามกีฬา
แนวหน้า
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
สยามรัฐ
สยามธุรกิจ
บางกอกทูเดย์

 

ข่าวภาษาต่างประเทศ

ข่าว CNN

ข่าว BBC

Bangkok Post

The Nation

หนังสือพิมพภาษาต่างประเทศ

เมนูสมาชิก