ไซเบอร์วนาราม.เน็ต

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

laithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithai

        โรงเรียนข้างวัดที่เคยเงียบสงบมานานนับเดือน สองสามวันมาแล้วที่ได้ยินเสียงเครื่องขยายเสียง เสียงเด็กส่งเสียงดังมาจากโรงเรียน ประเภทที่เรียกว่าฟังไม่ได้ศัพท์จับไม่ได้ความคือไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร รู้อย่างเดียวว่าต้องมีคนจำนวนมากจึงมีเสียงเช่นนี้ ได้ยินเสียงเด็กๆแล้วรู้สึกว่ามีชีวิตชีวา พวกเด็กๆไม่คิดอะไรมากเดินตามกฎเกณฑ์คือให้เรียนก็เรียน วัยเด็กเป็นวัยแห่งการแสวงหาและวัยแห่งการศึกษา ส่วนจะเรียนที่ไหนนั้น บางครั้งเด็กก็กำหนดไม่ได้ ผู้ปกครองเป็นผู้เลือกโรงเรียนให้  เห็นข่าวว่าผู้ปกครองบางคนจะประท้วงอดข้าว เผาตัวตายประท้วงรัฐบาลหากโรงเรียนไม่รับนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนที่ตนอยากให้ลูกเรียน


        ฟังแล้วน่ากลัวทั้งเห็นใจทั้งสงสาร เพราะผู้ปกครองก็อยากให้ลูกได้เรียนโรงเรียนตามที่ตนปรารถนา แต่โรงเรียนรับได้ในจำนวนจำกัด มากเกินไปคุณภาพการศึกษาก็ลดลง โรงเรียนก็คงมีเหตุผลในการที่จะรับใครหรือไม่รับใครเข้าเรียนในโรงเรียนนั้นๆ ทุกอย่างมีกฎเกณฑ์มีระเบียบแบบแผน คงไม่รับนักเรียนเข้าเรียนเพียงเพราะการประท้วงของผู้ปกครอง

 

        ในชนบทบางแห่งโรงเรียนต้องปิดตัวลงเพราะมีนักเรียนน้อย ต้องยุบเรียนกับโรงเรียนใกล้เคียง แต่ที่กรุงเทพฯมีโรงเรียนมากมายแต่ก็ยังมีนักเรียนแย่งกันเข้าเรียน ผู้ปกครองหลายคนอยากให้ลูกได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง เรียนจบแล้วสามารถสอบแข่งขันเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงได้ วัฏจักรเป็นไปอย่างนี้  ต้องเห็นใจผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ยิ่งมีชื่อเสียงที่อยู่ใกล้บ้านยิ่งดี ระบบการศึกษาเป็นไปอย่างนี้จะโทษผู้ปกครองก็คงไม่ถูก
        รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกแต่ก็ยังแก้ปัญหานักเรียนไม่มีที่เรียนไม่ตกสักที วันหนึ่งได้สนทนากับผู้ปกครองท่านหนึ่งที่ยังหาที่เรียนให้ลูกไม่ได้เขาบอกว่า “ลูกชายผมจะขึ้นชั้นมัธยมปีที่สี่แล้วครับ ยังหาที่เรียนไม่ได้เลย” จึงพูดเล่นๆว่า “หากไม่มีจริงๆก็พามาบวชเรียนที่โรงเรียนวัดนี่แหละ จบเหมือนกันและยังเรียนฟรีอีกด้วย ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนใดๆ ไม่ต้องสอบเข้า”
        ผู้ปกครองท่านนั้นถามว่าเรียนที่ไหนหรือครับ “หากเป็นกรุงเทพฯก็โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญที่วัดมกุฏกษัตริยาราม เทเวศร์ ที่นั่นนอกจากมีมีชื่อเสียงเรื่องศาลาสวดศพติดแอร์แล้ว ยังมีโรงเรียนสำหรับพระภิกษุสามเณรอีกด้วย แต่มีข้อแม้อย่างเดียวต้องบวชเป็นสามเณรหรือบวชพระจึงจะมีสิทธิ์เข้าเรียน และยังมีโรงเรียนปริยัติสามัญอื่นๆอีกมากมายหลายแห่งทั้งที่อยู่ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด”


        จากนั้นจึงขยายความต่อไปอีกว่า  “ในการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบันกำหนดไว้สำหรับพระภิกษุสามเณรมีสถานศึกษาสี่ประเภทคือ (1)โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ มีอยู่ตามวัดต่างๆทั่วประเทศในทุกภาคของประเทศไทย รับนักเรียนที่จบชั้นประถมปีที่หกเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งถึงหก ไม่จำกัดอายุ แต่ต้องบวชก่อน (2) โรงเรียนปริยัติธรรมแผนกนักธรรม เรียนวิชาที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาตามลำดับชั้นเรียกว่านักธรรม วัดแต่ละแห่งจัดการศึกษาเอง หลักสูตรเดียวกัน สอบในวันเวลาเดียวกัน สอบพร้อมกันทั่วประเทศ นอกจากนั้นยังมีการเรียนสำหรับคนทั่วไปที่อยากเรียนเรียกว่า “ธรรมศึกษา” มีสามระดับคือธรรมศึกษาชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอก (3) โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีเรียนเกี่ยวกับภาษาบาลีกำหนดไว้เก้าระดับ ผู้ที่สอบได้เปรียญธรรมสามประโยคขึ้นไปเรียกว่าพระมหาเปรียญ มีคำว่า “พระมหา” นำหน้า ส่วนสามเณรใช้คำว่า “เปรียญ” ตามหลัง ผู้ที่สอบได้เปรียญธรรมห้าประโยคเทียบเท่ากับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก ส่วนผู้ที่สอบได้เปรียญธรรมเก้าประโยคเทียบเท่ากับปริญญาตรี สาขาวิชาเอกภาษาบาลี

 

 

        (4) มหาวิทยาลัยสงฆ์ ปัจจุบันมีสองแห่งคือมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย อักษรย่อว่า “มมร” ตั้งอยู่ที่ศาลายา นครปฐมและมีวิทยาเขตอีกเจ็ดแห่งกระจายอยู่ในต่างจังหวัด และอีกแห่งหนึ่งคือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อักษรย่อว่า “มจร” ตั้งอยู่ที่อำเภอวังน้อย จังหวัดอยุธยา มีวิทยาลัยเขตอีกจำนวนมากตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ทั้งสองมหาวิทยาลัยรับนักศึกษาทั้งที่เป็นพระภิกษุสามเณร แม่ชีและฆราวาส ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุ รับนักศึกษาที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก หากอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปค้นหาได้ที่เว็บไซต์ http://www.mbu.ac.th/ และ http://www.mcu.ac.th/

 

 

        อีกแห่งหนึ่งรับเฉพาะแม่ชีและสตรีคือมหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย หรือที่นิยมเรียกกันว่า “วิทยาลัยแม่ชี”ตั้งอยู่ที่อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ผู้เขียนเคยไปรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ปัจจุบันไม่ได้รักษาการแล้ว วิทยาลัยแห่งนี้รับนักศึกษาเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี ปัจจุบันมีแม่ชีจากหลายประเทศเช่น ลาว กัมพูชา บังคลาเทศ เนปาล เป็นต้นเข้ามาศึกษาที่วิทยาลัยแห่งนี้ นอกจากนั้นยังมีสตรีทุกเพศทุกวัยเข้ามาศึกษาในระดับปริญญาตรี ทราบข่าวมาว่าที่วิทยาลัยแม่ชีแห่งนี้เรียนฟรี มีที่พักและทุนการศึกษาให้ตลอดหลักสูตร ส่วนจะรับสาขาใดบ้างนั้นต้องสอบถามเอาเองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ http://www.pachapati.mbu.ac.th/

 

 

        โรงเรียนวัดที่นำเสนอมานี้ครอบคลุมการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง จนถึงระดับปริญญาเอก มีบางแห่งที่ระบุคุณสมบัติว่าจะต้องเป็น “พระภิกษุสามเณร หรือแม่ชี” แต่ในระดับอุดมศึกษาเปิดรับนักศึกษาไม่จำกัดเพศและวัย หากใครมีลูกหลานที่ยังหาที่เรียนไม่ได้ ลองเปลี่ยนเส้นทางจากการแข่งขันที่รุนแรงในโรงเรียนต่างๆ หันมาเรียนโรงเรียนวัดบ้างก็ได้ ตอนนี้ยังทันเวลาอยู่เพิ่งเปิดเทอมใหม่ๆ ไม้ต้องถึงกับต้องอดอาหารประท้วงก็ได้ ประเทศไทยเผชิญกับ “การประท้วง” มามากพอแล้ว การได้เรียนในโรงเรียนดีๆก็รับประกันไม่ได้ว่าเขาคนนั้นจะเป็นคนดี เพราะคนจะดีและเลวอยู่ที่การกระทำ

 

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
25/05/55

 

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

กองธรรมสนามหลวง

กองบาลีสนามหลวง

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

กรมการศาสนา

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

บัณฑิตวิทยาลัย  มมร

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธ)

เว็บไชต์นักศึกษาปริญญาเอก สาขาพุทธศาสน์ศึกษา มมร

 

วัดไทย

เว็บวัดในประเทศไทย

วัดไทยในต่างประเทศ

คณะสงฆ์ธรรมยุตUSA

 วัดป่าธรรมชาติ LA

พระคุ้มครอง

วัดธรรมยุตทั่วโลก

 

ส่วนราชการในประเทศไทย

มหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ส่วนราชการในประเทศไทย

กระทรวงในประเทศไทย

 

หนังสือพิมพ์ไทย

ไทยรัฐ
เดลินิวส์
มติชน
ผู้จัดการ
กรุงเทพธุรกิจ
คม ชัด ลึก
บ้านเมือง
ข่าวสด
ฐานเศรษฐกิจ
ประชาชาติธุรกิจ
สยามกีฬา
แนวหน้า
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
สยามรัฐ
สยามธุรกิจ
บางกอกทูเดย์

 

ข่าวภาษาต่างประเทศ

ข่าว CNN

ข่าว BBC

Bangkok Post

The Nation

หนังสือพิมพภาษาต่างประเทศ

เมนูสมาชิก