ไซเบอร์วนาราม.เน็ต

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

laithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithai

          ได้ยินเสียงจักจั่นเรไรร้องระงมมาในยามเย็น ยามที่ตะวันรอนอ่อนแสงท้องฟ้าฉ่ำเย็นหลังฝนตก ตามปรกติแมลงเหล่านี้มักจะร้องในถิ่นที่มีป่าไม้ โดยเฉพาะในชนบท พอตะวันยอแสงในสายัณหสมัยชาวไร่ชาวนากำลังจะพาฝูงวัวควายกลับคืนสู่คอก ชาวนานก็คืนสู่สู่บ้านหลังจากเหน็ดเหนื่อยในการทำงานมาตลอดทั้งวัน  คนชนบทหากได้ยินเสียงแมลงร้องจะเป็นนัยบ่งบอกว่าปีนั้นการทำไร่ทำนาจะได้ผล แต่สำหรับคนกรุงเทพมหานครหากได้ยินเสียงแมลงพวกนี้ร้องระงมนั่นหมายถึงฝนกำลังจะมาหรือไม่ก็วันนั้นมีฝนตก

 
          กรุงเทพมหานครอากาศร้อนอบอ้าวมาหลายวันแล้ว มันร้อนจริงๆบางวันร้อนถึงสี่สิบองศา ห้องพักที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศก็ต้องอดทนเป็นพิเศษ แต่ถ้าหากเปิดแอร์ทั้งวันก็สู้ค่าไฟไม่ไหว อีกอย่างห้องแอร์อยู่นานนักไม่ค่อยจะเป็นผลดีต่อสุขภาพนัก คนเราต้องมีเหงื่อออกบ้างสุขภาพจึงจะแข็งแร็ง แต่ถ้าหากออกมากจนเกินไปก็จะเป็นผลร้าย ทุกอย่างจึงควรหาความพอดี

          นี่เป็นเพียงความร้อนภายนอกแต่ถ้าเพิ่มความร้อนภายในเข้าไปอีกยิ่งจะทวีความร้อนขึ้นเป็นสองเท่า ความร้อนจากภายนอกพอทนได้ แต่หากร้อนภายในทนลำบาก จิตของมนุษย์เป็นธรรมชาติดิ้นรน กวัดแกว่งไปคงที่คิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยเหมือนปลาที่ที่เกยตื้นนอนอยู่บนบกย่อมกระเสือกกระสนดิ้รนหาทางลงน้ำดังที่มีพุทธภาษิตแสดงไว้ในขุททกนิกาย ธรรมบท (25/13/14) ความว่า “นักปราชญ์ย่อมทำจิตที่ดิ้นรน กลับกลอกรักษาได้โดยยากห้ามได้โดยยากให้ตรง ดังช่างศรดัดลูกศรให้ตรง ฉะนั้นจิตนี้ อันพระโยคาวจรยกขึ้นแล้วจากอาลัย คือเบญจกามคุณเพียงดังน้ำซัดไปในวิปัสสนากรรมฐานเพียงดังบก เพื่อจะละบ่วงมาร ย่อมดิ้นรนดุจปลาอันชาวประมง ยกขึ้นแล้วจากที่อยู่คือน้ำโยนไปแล้วบนบก ดิ้นรนอยู่ ฉะนั้น การฝึกฝนจิตที่ข่มได้ยาก อันเร็ว มีปรกติตกไปในอารมณ์อันบุคคลพึงใคร่อย่างไร เป็นความดี เพราะว่าจิตที่บุคคล ฝึกดีแล้วนำสุขมาให้”

 

          หากจิตได้อารมณ์ที่คุ้นเคยย่อมจะรู้สึกสงบสบาย พระสงฆ์ผู้อยู่ในอารมณ์กรรมฐานก็ไม่เดือดร้อนใจกับสภาพของอากาศ จะหนาวจะร้อนย่อมเป็นไปตามสภาวะธรรม แต่เมื่อจิตใจไม่เร่าร้อนไปด้วย ความร้อนภายนอกก็ไร้ความหมาย แต่มนุษย์ส่วนมากมักจะหาเรื่องทำตนให้เดือดร้อน หากจะต้องทำงานกับคนหมู่มากยิ่งเพิ่มความร้อนเข้าไปอีก เพราะมักจะมีปัญหาสารพัด คนนั้นจะเอาอย่างนี้ ส่วนคนนี้จะเอาอย่างนั้น หากทำตามใจของทุกคนมีหวังปวดเศียรเวียนเกล้า หรือบางทีแม้ในเวลาที่ไม่มีใครก็ยังหาเรื่องทะเลาะกับตนเองจนได้ เป็นประเภทอยู่ดีไม่ว่าดีมักจะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ตัวเอง พระพุทธเจ้าทรงแสดงมนุษย์ไว้สี่ประเภทดังที่แสดงไว้ในมาหวรรคที่ห้า อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (21/198/195)  ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลสี่จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลกคือ(1)บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ทำตนให้เดือดร้อนประกอบความขวนขวายในการทำตนให้เดือดร้อน (2)บางคนเป็นผู้ทำผู้อื่นให้เดือดร้อนประกอบความขวนขวายในการทำผู้อื่นให้เดือดร้อน (3)บางคนทำตนให้เดือดร้อนประกอบความขวนขวายในการทำตนให้เดือดร้อน และทำผู้อื่นให้เดือดร้อนประกอบความขวนขวายในการทำผู้อื่นให้เดือดร้อน (4)บางคนไม่ทำตนให้เดือดร้อนไม่ประกอบความขวนขวายในการทำตนให้เดือดร้อน และไม่ทำผู้อื่นให้เดือดร้อนไม่ประกอบความขวนขวายในการทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ผู้ไม่ทำตนให้เดือดร้อนและไม่ทำผู้อื่นให้เดือดร้อน เป็นผู้ไม่หิว ดับร้อน เย็นใจ เสวยสุข มีตนอันประเสริฐ อยู่ในปัจจุบันเทียว”

 

          แต่ละคนต้องสามารถจำแนกตัวเองได้ว่าตนเป้นคนประเภทไหน จะต้องมีสักประเภทใดประเภทหนึ่งจนได้ บุคคลประเภทที่สี่ดีที่สุดแต่ทำได้ยากที่สุด แม้จะอยู่สภาพอย่างไรก็ไม่เดือดร้อน แต่ทว่ามนุษย์ปุถุชนนั้นมีความคิดเห็นที่หลากหลายมีตัณหาคือความอยากที่ไม่สิ้นสุดวิ่งไปตามอารมณ์ท่านเปรียบเหมือนกลุ่มด้ายที่มีหลายปมยุ่งเหยิงกันไปหมดดังที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแสดงไว้ในอังคุตรนิกาย จตุกกนิบาต (21/199/201) ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงตัณหาเช่นดังข่าย ท่องเที่ยวไป  แผ่ซ่านไป เกาะเกี่ยวอยู่ในอารมณ์ต่างๆ เป็นเครื่องปกคลุมหุ้มห่อสัตว์โลกนี้ซึ่งยุ่งเหมือนกลุ่มด้ายอันยุ่งเหยิง ขอดเป็นปมเป็นเหมือนหญ้าปล้อง ไม่ให้ล่วงพ้นอบาย ทุคติ วินิบาต และสงสารไปได้”
          เคยเห็นไหมเวลาที่จะเย็บผ้ามีเข็มและด้ายพร้อม แต่ติดขัดที่ด้ายมันยุ่งหาปลายไม่พบ พอดึงออกไปได้นิดหนึ่งด้ายก็ขาดหรือไม่ก็ขอดเป็นปมจะทิ้งก็เสียดาย ครั้นจะไปใช้ประโยชน์ก็ไม่ได้ ในหมู่มนุษย์หากมีการประชุมเกิดขึ้นในที่ประชุมมักจะไม่ค่อยมีใครพูดหรือเสนอความคิดอะไร แต่พอออกจากห้องประชุมตอนนี้จะเริ่มยุ่ง เพราะคนนั้นก็ไม่เห็นด้วย คนนี้ก็อยากให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้

 

          ในที่ประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางครั้งแทบจะไม่มีเรื่องอะไรเพราะมัวแต่คัดค้านและขัดแย้งกัน ในการทำงานก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ต่างฝ่ายต่างทำยุ่งเหยิงกันไปหมด เพราะที่ยุ่งนะอยู่ภายในจิตใจของมนุษย์เอง สิ่งนั้นเรียกว่า “ตัณหาวิจริต” เป็นดังข่ายแผ่ซ่านไปทำให้จิตใจวุ่นวายสับสน ดังที่พระพุทธเจ้าแสดงอธิบายไว้ว่าในอังคุตตรนิกายความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตัณหาวิจริตสิบแปดประการนี้ อาศัยขันธบัญจกภายใน ตัณหาวิจริตสิบแปดประการนี้อาศัยขันธบัญจกภายนอก ตัณหาวิจริตสิบแปดประการอันอาศัยขันธบัญจกภายในเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อมีความถือว่า เรามี ก็ย่อมมีความถือว่า เราเป็นอย่างนี้ เราเป็นอย่างนั้น เราเป็นอย่างอื่น เราไม่เป็นอยู่ เราพึงเป็นอย่างนี้เราพึงเป็นอย่างนั้น เราพึงเป็นอย่างอื่น แม้ไฉนเราพึงเป็น แม้ไฉนเราพึงเป็นอย่างนี้ แม้ไฉนเราพึงเป็นอย่างนั้น แม้ไฉนเราพึงเป็นอย่างอื่น เราจักเป็น เราจักเป็นอย่างนี้ เราจักเป็นอย่างนั้น เราจักเป็นอย่างอื่น ตัณหาวิจริตสิบแปดประการนี้อาศัยขันธบัญจกภายใน

 

          ตัณหาวิจริตสิบแปดประการอันอาศัยขันธบัญจกภายนอกเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อมีความถือว่า เรามีด้วยขันธบัญจกนี้ ก็ย่อมมีความถือว่า เราเป็นอย่างนี้ด้วยขันธบัญจกนี้ เราเป็นอย่างนั้นด้วยขันธบัญจกนี้เราเป็นอย่างอื่นด้วยขันธบัญจกนี้ เราเป็นอยู่ด้วยขันธบัญจกนี้ เราไม่เป็นอยู่ด้วยขันธบัญจกนี้ เราพึงเป็นด้วยขันธบัญจกนี้ เราพึงเป็นอย่างนี้ด้วยขันธบัญจกนี้เราพึงเป็นอย่างนั้นด้วยขันธบัญจกนี้ เราพึงเป็นอย่างอื่นด้วยขันธบัญจกนี้ แม้ไฉนเราพึงเป็นอย่างนี้ด้วยขันธบัญจกนี้ แม้ไฉนเราพึงเป็นอย่างนั้นด้วยขันธบัญจกนี้นี้ แม้ไฉนเราพึงเป็นอย่างอื่นด้วยขันธ บัญจกนี้ เราจักเป็นด้วยขันธบัญจกนี้ เราจักเป็นอย่างนี้ด้วยขันธบัญจกนี้ เราจัก เป็นอย่างนั้นด้วยขันธบัญจกนี้ เราจักเป็นอย่างอื่นด้วยขันธบัญจกนี้
          ตัณหาวิจริต 18 ประการนี้อาศัยขันธบัญจกภายนอก ตัณหาวิจริต 18 ประการอาศัยขันธบัญจกภายใน ตัณหาวิจริต 18 ประการอาศัยขันธบัญจกภายนอก ด้วยประการฉะนี้รวมเรียกว่า ตัณหาวิจริตเห็นปานนี้ ที่เป็น
อดีต 36 อนาคต 36 เป็นปัจจุบัน  36 รวมเป็นตัณหาวิจริต 108 ด้วยประการฉะนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตัณหานี้  นั้นแล เช่นดังข่าย ท่องเที่ยวไป แผ่ซ่านไป เกาะเกี่ยวอยู่ในอารมณ์ต่างๆ  เป็นเครื่องปกคลุมหุ้มห่อสัตว์โลกนี้ซึ่งยุ่งเหมือนด้ายอันยุ่งเหยิง ขอดเป็นปม  เป็นเหมือนหญ้ามุงกระต่ายและหญ้าปล้อง ไม่ให้ล่วงพ้นอบาย ทุคติ วินิบาต    และสงสารไปได้”

 

          เสียงจักจั่นเรไรที่ร้องระงมในช่วงหัวค่ำเงียบเสียงไปแล้ว ฝนที่โปรยปรายในช่วงเช้าก็ลาจากไปแล้ว ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพของความเป็นจริงคืออากาศร้อนอบอ้าวเหมือนเดิม จิตใจก็พลอยสับสนวุ่นวายไปด้วย จิตใจมีแต่ปมที่แก้ไม่ออกเหมือนด้ายที่ยุ่งเหยิง ความคิดหนึ่งยังไม่จบอีกความคิดหนึ่งก็แทรกเข้ามา  โอหนอเรากำลังวุ่นวายด้วยเรื่องอะไรยังคิดไม่ออกหรือว่ากำลังคิดถึงชนบทที่จากมานานแล้ว ตั้งใจไว้ว่าสิ้นเดือนจะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ชนบท ไปฟังเสียงจั๊กจั่นเรไรร้องเพลงกล่อมทุ่งและอยู่กับธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพร  ตัณหาตัวเดียวก็แก้ยากอยู่แล้ว ยิ่งหากจะต้องพบกับตัณหาร้อยแปดประการคงจะต้องร้อนทั้งภายนอกและร้อนภายใน อากาศร้อนภายนอกพอจะทานทนไหว แต่ถ้าร้อนภายในด้วยแรงแห่งตัณหา ความร้อนนั้นยิ่งจะร้อนเป็นทวีคูณ

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
12/03/55

 

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

กองธรรมสนามหลวง

กองบาลีสนามหลวง

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

กรมการศาสนา

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

บัณฑิตวิทยาลัย  มมร

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธ)

เว็บไชต์นักศึกษาปริญญาเอก สาขาพุทธศาสน์ศึกษา มมร

 

วัดไทย

เว็บวัดในประเทศไทย

วัดไทยในต่างประเทศ

คณะสงฆ์ธรรมยุตUSA

 วัดป่าธรรมชาติ LA

พระคุ้มครอง

วัดธรรมยุตทั่วโลก

 

ส่วนราชการในประเทศไทย

มหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ส่วนราชการในประเทศไทย

กระทรวงในประเทศไทย

 

หนังสือพิมพ์ไทย

ไทยรัฐ
เดลินิวส์
มติชน
ผู้จัดการ
กรุงเทพธุรกิจ
คม ชัด ลึก
บ้านเมือง
ข่าวสด
ฐานเศรษฐกิจ
ประชาชาติธุรกิจ
สยามกีฬา
แนวหน้า
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
สยามรัฐ
สยามธุรกิจ
บางกอกทูเดย์

 

ข่าวภาษาต่างประเทศ

ข่าว CNN

ข่าว BBC

Bangkok Post

The Nation

หนังสือพิมพภาษาต่างประเทศ

เมนูสมาชิก