ไซเบอร์วนาราม.เน็ต

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

laithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithai

          ในช่วงนี้ที่วัดมัชฌันติการามมีงานประจำปีหรือที่เรียกว่างานวัด มีเสียงอึกทึกคึกโครมมากทั้งเสียงโฆษณาประชาสัมพันธ์ เสียงดนตรีเป็นต้น ทำอะไรไม่ค่อยสะดวก นอกจากจะช่วยเขาประชาสัมพันธ์หรือเป็นโฆษกงานวัดในงานบางวันแล้ว ก็คอยดูแลความสงบ ไม่ให้มีเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น เวทีการแสดงตั้งอยู่ไม่ไกลจากกุฏิจะหนีไปไหนก็ไม่ได้ จึงต้องอดทนฟังเสียงเพลงที่ไม่อยากฟัง วันนี้เป็นวันที่สี่แล้ว เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานก็พลันมาเสียหายในช่วงนี้ จอดับไปเฉยๆยังไม่มีเวลาไปซ่อม เมื่อทำอะไรไม่ค่อยได้จึงหันมาอ่านหนังสือ บางเล่มเคยอ่านมาหลายรอบแล้ว หยิบมาอ่านอีกครั้งก็ยังรู้สึกเพลิดเพลิน

           
            เรื่องที่กำลังอ่านคือ “ไผ่แดง” ผลงานประพันธ์ของหม่อมราชวงค์คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของประเทศไทย (14 มีนาคม พ.ศ. 2518-20 เมษายน พ.ศ. 2519) เขียนไว้ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2497  หากเป็นคนก็จัดอยู่ในประเภท สว. ที่แปลว่า “สูงวัย” เคยอ่านนานมาร่วมสามสิบปีแล้ว สมัยนั้นยังเป็นหนุ่ม ลัทธิการปกครองที่เรียกว่าคอมมิวนิสต์ยังมีอิทธิพลทางความคิดต่อคนหนุ่มสาวและลุกลามไปยังชนบท ตอนนั้นไม่ได้เข้าใจอะไรมาก แต่ที่ชอบใจมีคำเดียวคือคำว่า “สหาย” หากพวกสหายเดินเข้าหมู่บ้านก็จะช่วยเหลือเขาในการหาอาหารเพื่อสนับสนุนารต่อสู้ในสงครามประชาชน แต่ละคนต่างก็ต้องมีลัทธิเป็นของตนเอง พวกสหายเขาบอกว่าต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันของสังคม "เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน" เขาว่าอย่างนั้น รอมาหลายปีแล้วจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เห็นประชาชนเป็นใหญ่สักที

 

           คำว่า “ลัทธิ” เป็นคำนามเพศหญิงในภาษาบาลีหมายถึง "ลัทธิ ความเห็น" มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “ทิฏฐิ”  เป็นคำนามเพศหญิงเหมือนกัน แปลว่า "ทิฐิ  ความเห็น ทฤษฎี ความเชื่อถือ หลักลัทธิ ความเห็นผิด" ในสมัยพุทธกาลเมื่อสองพันกว่าปีล่วงมาแล้วได้แสดงทิฏฐิหรือหลักลัทธิไว้หกสิบสองประการดังที่ปรากฏในพรหมชาลสูตร ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค( 9/26/11) สรุปความว่า  “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ยังมีธรรมอย่างอื่นอีกแลที่ลึกซึ้งเห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก สงบ ประณีต จะคาดคะเนเอาไม่ได้ ละเอียด รู้ได้เฉพาะบัณฑิต ซึ่งตถาคตทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้ง ที่เป็นเหตุให้กล่าวชมตถาคตตามความเป็นจริงโดยชอบ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมเหล่านั้นเป็นไฉน ธรรมเหล่านั้นได้แก่ ปุพพันตกัปปิกาทิฏฐิ สัสสตทิฏฐิ ปุพเพนิวาสานุสสติ เอกัจจสัสสติกทิฏฐิ  อันตานันติกทิฏฐิ  อมราวิกเขปิกทิฏฐิ อธิจจสมุปปันนิกทิฏฐิ อปรันตกัปปิกทิฏฐิ  สัญญีทิฏฐิ  อสัญญีทิฏฐิ  เนวสัญญีนาสัญญีทิฏฐิ  อุจเฉททิฏฐิ  ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ” ทิฐิหรือความเห็น ทฤษฎี หลักลัทธิเหล่านี้มีอธิบายโดยละเอียดในพรหมชาลสูตร แค่ฟังชื่อก็มึนแล้ว คงต้องยกไว้ก่อน มีเวลาเมื่อไหร่จะพยายามอธิบายทีหลัง เพียงแต่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เรานั้นย่อมมีลัทธิความเชื่อถือของแต่ละคน เหมือนกันบ้างแตกต่างกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา         

 

           หลวงตาไซเบอร์ฯแม้จะไม่เคยเป็นนักรบประชาชนมาก่อน แต่สมัยเป็นหนุ่มก็พยายามอ่านและทำความเข้าใจหนังสือประเภทต้องห้ามเช่นหนังสือเกี่ยวกับลัทธิคอมมิวนิสต์ แม้จะเป็นหนังสือต้องห้ามและหายากแต่ก็พอหาได้ ยิ่งในสมัยหลังเหตุการณ์มหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 ยิ่งหาง่าย เพราะมีเพื่อนรุ่นพี่ที่เรียนหนังสือที่กรุงเทพฯขนหนังสือไปฝากไว้ที่บ้านจำนวนมาก จึงมีโอกาสได้อ่านบ้าง นานๆเข้าก็ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับลัทธิจักรวรรดินิยม ลัทธิวัตถุนิยม หนังสือเล่มหนึ่งที่ได้อ่านคือ “ไผ่แดง” ที่ไม่น่าจะจัดเป็นหนังสือต้องห้ามอะไร  หนังสือเล่มนี้ออกมาในเชิงเสียดสีสังคมนิดๆ ว่าด้วยคนที่มีความเชื่อและยึดมั่นในลัทธิตามที่ตนตีความอย่างนายแกว่น แก่นกำจร หรือ “สหายแกว่น” และคนที่ยึดมั่นในลัทธิความเชื่อในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคงคือสมภารกร่างแห่งวัดไผ่แดง
            สมัยเป็นหนุ่มผู้เขียนเองมีความรู้นิดๆหน่อยๆเกี่ยวกับลัทธิคอมมิวนิสต์ และมักจะปราศรัยให้เพื่อนร่วมหมู่บ้านฟังเป็นประจำเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมกันของคนในสังคม คนรวยเอาเปรียบคนจน การขูดรีดจากทางรัฐบ้าง เรื่องเหล่านี้พูดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็มักจะได้รับการฟังจากเพื่อนๆทุกที เพราะคนจนมีมากกว่าคนรวยจริงๆ แม้แต่โอกาสทางมการศึกษาก็มีไม่เท่ากัน ในยุคนั้นทั้งหมู่บ้านมีคนเรียนหนังสือในระดับมัธยมตอนปลายไม่ถึงสิบคน ผู้เขียนเป็นหนึ่งในสิบ     พ่ออยากให้เรียนหนังสือสูงๆจะได้เป็นเจ้าคนนายคนพ่อว่าอย่างนั้น จึงต้องขายที่นาหลายไร่และควายไปหลายตัวเพื่อหาเงินส่งให้ลูกชายเรียนหนังสือ จนกระทั่งพ่อเสียชีวิตไปหลายปีแล้วลูกชายก็ยังเรียนไม่จบและไม่ได้เป็นเจ้าคนนายคนเหมือนที่พ่อปรารถนา


            ภายหลังสมัยที่อุปสมบทแล้วพวกสหายก็ยังมาวนเวียนคอยสืบข่าวอยู่ภายในบริเวณวัด หากวันใดหลวงพ่อเจ้าอาวาสเทศน์อบรมชาวบ้านที่เรียกว่ากัณฑ์การเมือง ก็มักจะถูกพวกสหายทั้งหลายคอยตักเตือนในทำนองที่ว่า “หลวงพ่ออย่าโปรยยาพิษให้ชาวบ้าน” เพราะพวกเขาเชื่อกันว่า “ศาสนาคือยาพิษ” แต่เมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปรกติ สหายเหล่านั้นก็เข้ามาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาหลายคน และยังมีผู้ที่ยังครองเพศสมณะมาจนถึงปัจจุบันอีกหลายรูป ลัทธิความเห็นเปลี่ยนแปลงกันได้ หากดำเนินไปแล้วไม่สำเร็จก็เปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่ก็จะไปถึงเส้นชัยได้ ช่วงนั้นเพลงคนกับควาย กระต่ายกับเต่า เป็นเพลงประจำของพวกที่เรียกตนเองว่า “สหาย”
            สมัยก่อนอ่านเอาเรื่องคืออยากรู้ว่าเขาเขียนเรื่องอะไร ดำเนินเรื่องอย่างไรและจบอย่างไร แต่สมัยปัจจุบันเมื่ออายุมากขึ้น หนังสือเล่มใดที่เคยอ่านมาก่อนจะไม่อ่านเอาเรื่องอีกแล้ว เพราะรู้เรื่องหมดแล้ว แต่จะอ่านเพื่อศึกษากลวิธีในการเขียน ว่าทำไมเขาจึงเขียนเป็นเรื่องได้ มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงอย่างไร สำนวนเป็นอย่างไร ทำไมหนังสือเล่มนั้นจึงน่าอ่าน หากเราเป็นผู้เขียนจะทำอย่างไร จึงเปลี่ยนมาเป็นอ่านเพื่อจะหาเรื่องมาเขียน

 

            วันนี้อ่านนวนิยายเรื่องไผ่แดงยังไม่จบเรื่อง แต่อยากเขียนจึงยืมเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อนภิกษุรูปหนึ่งมาใช้งานชั่วคราว จนกว่าเครื่องเก่าจะซ่อมเสร็จหรือจนกว่าจะมีเงินซื้อเครื่องใหม่ ตั้งใจว่าจะซื้อเครื่องเล็กๆพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก อยากเขียนอะไรตอนไหนก็เปิดเครื่องเขียนได้เลย ตอนนี้กำลังเก็บเงินเพื่อซื้อเครื่องใหม่ หากเป็นสมัยก่อนก็เพียงแต่หยิบปากกาขึ้นมาแล้วก็เริ่มเขียน แต่ปัจจุบัน เมื่อโลกเปลี่ยนไปยุคสมัยก็เปลี่ยนไปด้วย ปากกาดินสอแทบจะถูกคนหลงลืม เพราะคนหันมาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์กันเกือบหมดแล้ว คอมพิวเตอร์เหมือนจะกลายเป็นอีกลัทธิหนึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งยุคสมัยที่ทุกคนจำเป็นต้องมี
            ไผ่แดงแม้จะเป็นเพียงนวนิยายที่แต่งขึ้น โดยมีเคร้างโครงเรื่องลัทธิความเชื่อในยุคสมัยนั้น แต่ก็มีบางตอนที่คนทั่วไปเข้าใจยากเช่นสมภารกร่างพูดกับพระประธานในพระอุโบสถเป็นต้น นี่เพราะเป็นนิยายและคนเขียนเป็นคนมีชื่อเสียงคนอ่านจึงพอจะหลงลืมประเด็นนี้ไปได้ ที่น่าสนใจกลับเป็นเรื่องของลัทธิความเชื่อที่คนในแต่ละยุคสมัยมักจะมีความเห็นไม่ตรงกัน คนแต่ละคนต่างก็ต้องมีความเห็นหรือลัทธิของตนเอง แต่เพราะโลกมนุษย์มีความเห็นต่างกันนี่แหละทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น คนจะได้มีเรื่องไว้คุยกัน

 

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
03/03/55

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

กองธรรมสนามหลวง

กองบาลีสนามหลวง

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

กรมการศาสนา

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

บัณฑิตวิทยาลัย  มมร

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธ)

เว็บไชต์นักศึกษาปริญญาเอก สาขาพุทธศาสน์ศึกษา มมร

 

วัดไทย

เว็บวัดในประเทศไทย

วัดไทยในต่างประเทศ

คณะสงฆ์ธรรมยุตUSA

 วัดป่าธรรมชาติ LA

พระคุ้มครอง

วัดธรรมยุตทั่วโลก

 

ส่วนราชการในประเทศไทย

มหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ส่วนราชการในประเทศไทย

กระทรวงในประเทศไทย

 

หนังสือพิมพ์ไทย

ไทยรัฐ
เดลินิวส์
มติชน
ผู้จัดการ
กรุงเทพธุรกิจ
คม ชัด ลึก
บ้านเมือง
ข่าวสด
ฐานเศรษฐกิจ
ประชาชาติธุรกิจ
สยามกีฬา
แนวหน้า
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
สยามรัฐ
สยามธุรกิจ
บางกอกทูเดย์

 

ข่าวภาษาต่างประเทศ

ข่าว CNN

ข่าว BBC

Bangkok Post

The Nation

หนังสือพิมพภาษาต่างประเทศ

เมนูสมาชิก