ไซเบอร์วนาราม.เน็ต

เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนา อารามหนึ่งบนโลกไซเบอร์

laithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithailaithai

             ในช่วงนี้รอบๆวัดมัชฌันติการาม เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานครคึกคักเป็นพิเศษ มีรถราจอดเต็มลานวัด ซอยแคบๆที่เข้าวัดมีรถวิ่งไม่ขาดสาย สงสัยว่าเป็นเพราะเหตุอะไร จะว่าเป็นเพระโรงเรียนพึ่งเปิดเทอมใหม่ก็ไม่น่าจะมีรถมากขนาดนั้น แต่พอเฝ้ามองเห็นนักศึกษาถือครุยปริญญาด้วยใบหน้าที่เจือรอยยิ้มและได้สอบถามแล้วจึงเข้าใจสาเหตุ นักศึกษาเหล่านั้นบอกว่ามาซ้อมรับปริญญา ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) ตั้งอยู่ข้างๆวัดจะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 นี้ 
             เสียงเพลงจากคนงานก่อสร้างข้างวัดที่ทำงานหนักไม่มีโอกาสเรียน ไม่มีโอกาสได้รับปริญญา เพราะปัจจัยหลายอย่างขาดทั้งเงินทุน ขาดโอกาส ขาดทั้งเวลา แต่ก็คงอยากแสดงความชื่นชมยินดีกับบัณฑิตใหม่ด้วย จึงเปิดเพลงปริญญาใจที่ขึ้นต้นว่า “ได้ฮักกับอ้ายเหมือนใจได้ปริญญา ชีวิตผู้สาวบ้านนาวุฒิการศึกษามันน้อย ขาดโอกาสเรียนเพราะจนเป็นคนเลื่อนลอย.....” โอกาสและความจนเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของการศึกษา คนที่พรากเพียรเรียนจนจบและได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จึงสมควรภาคภูมิใจ
             คำว่า “ปริญญา” ในพระพุทธศาสนาแปลว่า “รู้รอบ การกำหนดรู้  การทำความรู้จัก การทำความเข้าใจโดยครบถ้วน” ศัพท์ที่ใกล้เคียงกันก็มีเช่น ปริญญาต กำหนดรู้แล้ว ปริญญาย เพื่อความรอบรู้ ปริญเญยย ควรกำหนดรู้  ดังนั้นหากเอ่ยถึงคำใดคำหนึ่งคือ ปริญญา ปริญญาต ปริญญาย ปริญเญยย ก็เป็นคำที่บ่งบอกถึงความรู้ การรู้ ปัจจุบันผู้ที่เรียนจบชั้นปริญญาตรีขึ้นไปจึงนิยมเรียกว่า บัณฑิตหรือผู้เรียนจบปริญญา ส่วนปริญญาโทก็จะเรียกว่ามหาบัณฑิต และผู้เรียนจบปริญญเอกก็เรียกว่าดุษฎีบัณฑิต


             ในพระพุทธศาสนาได้แสดงธรรมที่ควรกำหนดรู้และความรอบรู้ไว้ในปริญญาสูตร  สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค(17/54/26) ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่ควรกำหนดรู้คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ”ทั้งห้าประการนี้รวมเรียกว่าขันธ์ห้าซึ่งรวมกันเป็นมนุษย์ สัตว์ บุคคล ฯลฯ แต่หากจะว่าโดยสรุปก์คือรูปกับนามนั่นเอง เมื่อกำหนดรู้แล้วก็จะเกิดความรอบรู้ซึ่งพระพุทธเจ้าได้แสดงต่อไปว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลายความรอบรู้คือความสิ้นไปแห่งราคะ ความสิ้นไปแห่งโทสะ ความสิ้นไปแห่งโมหะ”หากจะถือตามคำอธิบายนี้ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้รอบรู้ก็หมายถึงพระอรหันต์ เพราะท่านละราคะ โทสะ โมหะ ได้หมดแล้วนั่นเอง
             แต่นั่นเป็นความเข้าใจในสมัยพุทธกาล แต่ปัจจุบันได้นำเอาคำว่า “ปริญญา”มาใช้ในการศึกษา โดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งก็มีหลักสูตร สาขาวิชาแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน แต่ได้กำหนดเป็นข้อตกลงโดยสากลว่า ผู้ที่เรียนจบหลักสูตรระดับปริญญาตรีก็ชื่อว่าเป็นบัณฑิตได้รับปริญญา
             พระพุทธศาสนาได้แสดงปริญญาไว้สามระดับในคุหัฏฐกสุตตนิทเทส ขุททกนิกาย มหานิทเทส(26/62/48) คือญาตปริญญา ตีรณปริญญา ปหานปริญญา  ความหมายของแต่อย่างมีคำอธิบายดังนี้
             1.ญาตปริญญา หมายถึงกำหนดรู้ด้วยให้เป็นสิ่งอันรู้แล้ว กำหนดรู้ขั้นรู้จัก กำหนดรู้ตามสภาวลักษณะ คือ ทำความรู้จักจำเพาะตัวของสิ่งนั้นโดยตรง พอให้ชื่อว่าได้เป็นอันรู้จักสิ่งนั้นแล้ว เช่นว่ารู้ นี้คือเวทนา เวทนาคือสิ่งที่มีลักษณะเสวยอารมณ์ดังนี้เป็นต้น
             2.ตีรณปริญญา หมายถึงกำหนดรู้ด้วยการพิจารณา กำหนดรู้ขั้นพิจารณา กำหนดรู้โดยสามัญลักษณะ คือ ทำความรู้จักสิ่งนั้นพิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เช่นว่า เวทนาไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ดังนี้เป็นต้น
             3.ปหานปริญญา หมายถึงกำหนดรู้ด้วยการละ กำหนดรู้ถึงขั้นละได้ กำหนดรู้โดยตัดทางมิให้ฉันทราคะเกิดมีในสิ่งนั้น คือรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แล้ว ละนิจจสัญญาเป็นต้น ในสิ่งนั้น เสียได้ 

             ปริญญาทั้งสามประการนี้ยังเป็นโลกียะ มีขันธ์ห้าเป็นอารมณ์ เป็นกิจในอริยสัจข้อที่หนึ่งคือทุกข์ซึ่งทุกข์เป็นสภาวะธรรมที่ควรกำหนดรู้  ส่วนรู้แล้วจะละหรือไม่นั้นก็จะเข้าสู่อริยสัจข้อที่สองคือสมุทัย ทั้งทุกข์และสมุทัยเป็นเหตุและผลของกันและกัน ผู้เข้าใจอริยสัจทั้งสองข้อเบื้องต้นเรียกว่าผู้เข้าใจเหตุและผล ส่วนอริยสัจข้อที่สามคือนิโรธหมายถึงความดับทุกข์และมรรคคือทางแห่งความดับทุกข์ ก็จัดเข้าเป็นส่วนเหตุและผลอีกคู่เหมือนกัน
             ในทางปฏิบัติกิจในอริยสัจสี่คือหน้าที่อันจะพึงทำต่ออริยสัจสี่แต่ละอย่าง ข้อที่จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องและเสร็จสิ้นในอริยสัจสี่แต่ละอย่าง จึงจะชื่อว่ารู้อริยสัจหรือเป็นผู้ตรัสรู้แล้วมีคำอธิบายดังนี้
             1.ปริญญา คือการกำหนดรู้ เป็นกิจในทุกข์ ตามหลักว่า ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ปริญฺเญยฺยํ ทุกข์ควรกำหนดรู้ คือควรศึกษาให้รู้จักให้เข้าใจชัดตามสภาพที่เป็นจริง ได้แก่ การทำความเข้าใจและกำหนดขอบเขตของปัญหา ถ้าหากเป้นงานวิจัยก็อยู่ในขั้นที่มาและความสำคัญของปัญหา
             2.ปหานะ คือการละ เป็นกิจในสมุทัย ตามหลักว่าทุกฺขสมุทโย อริยสจฺจํ ปหาตพฺพํ สมุทัยควรละ คือกำจัด ทำให้หมดสิ้นไป ได้แก่การแก้ไขกำจัดต้นตอของปัญหา
             3.สัจฉิกิริยา คือการทำให้แจ้ง เป็นกิจในนิโรธ ตามหลักว่า ทุกฺขนิโรโธ อริยสจฺจํ สจฺฉิกาตพฺพํ นิโรธควรทำให้แจ้ง คือ เข้าถึง หรือบรรลุ ได้แก่การเข้าถึงสภาวะที่ปราศจากปัญหา บรรลุจุดหมายที่ต้องการ
             4.ภาวนา คือการเจริญ เป็นกิจในมรรค ตามหลักว่า ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจํ ภาเวตพฺพํ มรรคควรเจริญ คือ ควรฝึกอบรม ลงมือปฏิบัติ กระทำตามวิธีการที่จะนำไปสู่จุดหมาย ได้แก่การลงมือแก้ไขปัญหา 
             ความหมายของคำว่าปริญญาตามทัศนะของพระพุทธศาสนาจึงเริ่มต้นด้วยการกำหนดรู้ทุกข์ เข้าใจสภาพทั้งหลายตารมความเป็นจริง จากนั้นจึงจะมีหน้าที่อื่นๆตามมา ส่วนผู้ที่ได้ชื่อว่าเรียนจบปริญญาในปัจจุบันก็น่าจะหมายถึงผู้ที่เริ่มต้นกำหนดเรียนรู้ปัญหาทั้งหลายให้รู้เท่าทัน บางปัญหามีความสลับซับซ้อนยากที่จะเข้าใจ ตอนศึกษาเล่าเรียนบางคนคิดอะไรไม่ออกก็หันหน้าเข้าหาคำตอบจากตำรา แต่ในชีวิตจริงปัญหาบางบางอย่างไม่มีสอนในตำรา เราต้องค้นหาด้วยตัวเองและหาทางแก้ปัญหาด้วยความรอบรู้ สมตามความหมายของคำว่าปริญญาที่แปลว่ารู้รอบนั่นเอง

             เสียงเพลงปริญญาใจได้ฟังมาหลายวันๆละหลายรอบจากคนงานก่อสร้าง เสียงเพลงยังแว่วมาตามสายลมหนาวท่อนสุดท้ายยังได้ยินว่า “ได้ฮักกับอ้ายเหมือนใจได้ปริญญา น้องอยู่ยืนสู้ชีวิตชีวาเพราะว่ อ้ายปูทางไว้ จับมือประครองขอร้องอย่าได้เปลี่ยนไป อ้ายคือคือปริญญาใจน้องจึงยิ้มได้วันนี้” ชีวิตสาวบ้านนาที่ไม่มีโอกาสเรียนจบปริญญา ขอเพียงได้รักกับคนที่เรียนจบปริญญาก็ภาคภูมิใจแล้ว แม้จะไม่ได้ปริญญาแต่เธอก็ได้ปริญญาใจ สู้ด้วยสองมืออันหยาบกร้าน ชีวิตใครชีวิตมัน ผู้ที่ได้ปริญญากับสาวก่อสร้างต่างก็มีความสุขตามสมควรกับงานที่ทำ การทำงานอย่างมีสุขแม้ทุกข์ก็ไม่ท้อ ความสุขความทุกข์นั้นไม่เกี่ยวกับการจบปริญญา ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษา มจพ.ทุกท่านที่จะเข้ารับปริญญาในครั้งนี้ด้วย จากนี้ต่อไปชีวิตของพวกท่านได้เริ่มต้นเข้าสู่การเรียนรู้ที่แท้จริงแล้ว


พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
04/11/53

 

 

 ฟังเพลงปริญญาใจ 

{youtube}sUxvKY-AUt8{/youtube}

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

กองธรรมสนามหลวง

กองบาลีสนามหลวง

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

กรมการศาสนา

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

บัณฑิตวิทยาลัย  มมร

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธ)

เว็บไชต์นักศึกษาปริญญาเอก สาขาพุทธศาสน์ศึกษา มมร

 

วัดไทย

เว็บวัดในประเทศไทย

วัดไทยในต่างประเทศ

คณะสงฆ์ธรรมยุตUSA

 วัดป่าธรรมชาติ LA

พระคุ้มครอง

วัดธรรมยุตทั่วโลก

 

ส่วนราชการในประเทศไทย

มหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ส่วนราชการในประเทศไทย

กระทรวงในประเทศไทย

 

หนังสือพิมพ์ไทย

ไทยรัฐ
เดลินิวส์
มติชน
ผู้จัดการ
กรุงเทพธุรกิจ
คม ชัด ลึก
บ้านเมือง
ข่าวสด
ฐานเศรษฐกิจ
ประชาชาติธุรกิจ
สยามกีฬา
แนวหน้า
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
สยามรัฐ
สยามธุรกิจ
บางกอกทูเดย์

 

ข่าวภาษาต่างประเทศ

ข่าว CNN

ข่าว BBC

Bangkok Post

The Nation

หนังสือพิมพภาษาต่างประเทศ

เมนูสมาชิก