• หน้าแรก
  • ธรรมะ/ข้อคิดประจำวัน
  • บทความวิชาการ
  • ฟังธรรมะ
  • กระดานสนทนา
  • สมุดเยี่ยมชม
  • การติดต่อ
เมนูหลัก
  • หน้าแรก
  • ธรรมะ/ข้อคิดประจำวัน
  • บทความทางวิชาการ
  • พุทธศาสนสุภาษิต
  • ฟังธรรมะ/สวดมนต์/ฟังดนตรี
  • ภาษาบาลี
  • เสียงจากผู้อ่าน
  • กระดานสนทนา
  • สมุดเยี่ยม
  • ปฏิทินกิจกรรม
  • ประมวลภาพ
  • การติดต่อ
เข้าระบบ



  • ลืมรหัสผ่าน?
  • ลืมชื่อเข้าใช้งาน?
  • ลงทะเบียน

 















วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์
ร่มไทรดอทคอม
วัดป่ามุจจลินทร์
วัดโสมนัสราชวรวิหาร

 
 
 
 
     
  MultiplyLogo
Post New Content Invite People
 
Inbox Contacts Groups
 
Media Locker buth poonna
 
Shop Search
 
     
 
 
 
 
     

 Buth505.multiply.com

Facebook Twitter

ไซเบอร์วนาราม.เน็ต เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม

 ไซเบอร์วนารามดอทเน็ต:พระพุทธศาสนาในโลกไซเบอร์

มนุษย์ตายแล้วเกิดใหม่กลายเป็นไก่ได้จริงหรือ

           พระพุทธศาสนาเชื่อในหลักการเวียนว่ายตายเกิด ตราบใดที่จิตยังไม่ดับสูญหรือไม่นิพพาน ก็ต้องกลับมาเกิด แก่ เจ็บ ตาย อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แม้แต่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เวียนว่ายตายเกิดเสวยชาติในกำเนิดต่างๆกันมากมายเช่นช้าง ม้า วัว ลิง นก ฯลฯ ใช้เวลานานถึงสี่อสงไขยแสนกัปป์จึงดับขันธ์ปรินิพพานในที่สุด  
           มีข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์(09/03/53) นำเสนอข่าวว่า “หนุ่มตายเกิดเป็นไก่เฝ้าแฟนสาวไม่ห่าง”ตามรายงานข่าวสรุปได้ว่านางสาวภัทสนันท์ ขันธสารี เคยมาช่วยงานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวของป้า ที่อยุธยา และได้รู้จักกับนายใหญ่ ซึ่งเป็นเพื่อนกับลูกพี่ลูกน้องของตน จากนั้นก็คบหาดูใจเป็นแฟนกันระยะหนึ่ง โดยช่วงที่คบหากันแฟนหนุ่มจะมานั่งหยอกล้อพูดคุยกันที่เปลญวนตัวนี้เป็นประจำ กระทั่งวันหนึ่งในกลางปี 52 แฟนหนุ่มขี่รถจักรยานยนตร์มาหาที่ร้าน นั่งพูดคุยกันที่เปลญวนได้สักพัก ก็ขอตัวกลับโดยขี่รถจักรยายยนตร์คู่ใจออกไปได้แค่ 10 นาที ตนก็ได้รับข่าวร้ายว่าแฟนหนุ่มประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต  

            น่าเสียใจแทนที่แฟนมาตายก่อนอายุอันควร แต่ชีวิตกำหนดแน่ไม่ค่อยได้ หนุ่มหรือแก่ก็อาจตายได้ทุกเวลา อย่าประมาทในการใช้ชีวิต
           ต่อมาไม่นานเธอกลับมาช่วยป้าขายก๋วยเตี๋ยวอีก พอมาถึงก็เจอไก่ชนตัวนี้เข้ามาคลอเคลีย เดินตามต้อย ๆ ไปนั่งเล่นที่เปลญวนก็ตามไปเฝ้าไม่ยอมห่าง แถมยังกระโดดขึ้นมายืนบนขาไม่ยอมไปไหน โยนเศษอาหารหรือข้าวเปลือกให้ก็ไม่ยอมกิน ไม่ยอมไปไหน เฝ้าอยู่ใกล้ ๆ อย่างเดียว 
           พอเค้าเห็นพฤติกรรมของไก่ที่ทำกับเธอก็เริ่มสงสัยว่าอาจเป็นวิญญาณของพี่ใหญ่แฟนเก่ากลับมาเกิดเป็นไก่ตัวนี้ ตอนแรกยังไม่ค่อยเชื่อ จนลองเรียกชื่อว่า “พี่ใหญ่ ๆ” แค่นั้นมันก็ทำปากมุบมิบ ๆ เหมือนพูดตอบ เธอกับพี่เลยเชื่อว่าน่าจะเป็นวิญญาณของพี่ใหญ่มาเกิดเป็นไก่คอยเฝ้าดู เพราะยังรักและเป็นห่วง ตั้งแต่นั้นหนูก็จะคอยช่วยป้าที่ร้าน และนั่งเล่นพูดคุยกับไก่ชนตัวนี้เป็นประจำ”  
             พอเป็นข่าวแล้วไม่แน่ใจว่าไก่ตัวนั้นจะตื่นคน จนไม่กล้าเข้าใกล้เธอหรือไม่ต้องคอยดูกันต่อไป
           คนตายแล้วเกิดเป็นไก่ได้หรือไม่ยังหาหลักฐานยืนยันไม่ได้ แต่ในพระพุทธศาสนาเคยมีเรื่องเกี่ยวกับคนตายแล้วเกิดเป็นสุนัขดังที่ปรากฎในอรรถกถาโกสัมพิยสูตร มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม 1ภาค 3หน้าที่ 41 มีเรื่องโดยย่อว่า "สองผัวเมียอนาถาคู่หนึ่งเดินทางไกลเพราะเกิดข้าวยากหมากแพง จึงตัดสินใจพาลูกน้อยเดินทางเพื่อหางานทำ พ่อแม่ผลัดเปลี่ยนกันอุ้มลูกน้อย แต่เพราะการเดินไกลพร้อมทั้งความหิวข้าวหิวน้ำอย่างหนักฝ่ายสามีจึงแอบวางลูกน้อยไว้ข้างพุ่มไม้ในที่สุดก็สิ้นใจ

           ไม่นานนักก็เดินทางมาถึงบ้านคนเลี้ยงโคผู้มีอันจะกินนับได้ว่าอยู่ในขั้นเศรษฐีแห่งหนึ่ง ขอข้าวและน้ำกิน เศรษฐีใจดีมีเมตตาจึงให้คนนำข้าวปลายอาหารอย่างดีมาให้สองผัวเมีย ในขณะเดียวกันก็นำอาหารมาเลี้ยงสุนัขตัวหนึ่งเป็นอาหารที่มองดูน่ากิน สามีกินข้าวไปนั่งมองแม่สุนัขไปด้วยความอิจฉา เกิดเป็นสุนัขเศรษฐีช่างอยู่ดีกินดีมากกว่าเราคนจนเสียอีก ด้วยความหิวผัวรีบกินอาหารเป็นพิษไม่ย่อย นอนตายทั้งๆที่ใจยังคิดอิจฉาสุนัขท้องแก่ตัวนั้น
           วิญญาณที่ออกจากร่างได้เข้าไปถืออุบัติในครรภ์ของสุนัขเศรษฐี อีกไม่นานก็ถือกำเนิดเกิดเป็นสุนัข แต่จำอดีตของตนได้ จึงได้ตั้งความหวังไว้ว่าจะมุ่งทำดีเพื่อที่จะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก สุนัขทำหน้าที่เห่าพระรูปหนึ่งที่มาบิณฑบาตบ้านเศรษฐีเป็นประจำ นั่นคือการความดีของสุนัขตามสมควรแก่สภาวะ ในที่สุดก็กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง
            เพราะผลกรรมที่ฆ่าลูกตายในชาติก่อน พอเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งจึงถูกเขาพยายามฆ่าให้ตายตั้งเจ็ดครั้ง แต่เพราะกุศลที่ทำไว้กับพระปัจเจกพุทธเจ้าในชาติที่เกิดเป็นสุนัขทำให้รอดพ้นจากความตายและกลายเป็นเศรษฐีนามว่าโฆสิตเศรษฐี
            กรรมหรือการกระทำนั้นมีผลโดยตรงกับตัวคนทำ กรรมดีและกรรมชั่วแยกกันอยู่ เมื่อใดได้โอกาสกรรมนั้นก็จะแสดงผลออกมา หากทำดีบ่อยๆโอกาสที่กรรมชั่วจะแสดงผลก็น้อยลง ในที่สุดก็กลายเป็นกรรมที่ไม่แสดงผล เรานิยมเรียกกรรมชนิดนี้ว่า "อโหสิกรรม"


         
          
ครั้งหนึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรํสี) เดินผ่านสุนัขตัวหนึ่งที่นอนขวางทางท่านจะไม่เดินข้ามไปแต่จะพูดขอทางก่อนว่า “โยมจ๋า ขอฉันไปทีเถอะจ๊ะ” แล้วก็ก้มกายเดินหลีกทางสุนัขตัวนั้นไป มีผู้ถามว่า ทำไมท่านจึงทำเช่นนั้น ท่านก็จะตอบอย่างน่าคิดว่า “ฉันไม่รู้ว่าสุนัขตัวนี้จะเคยเป็นพระโพธิสัตว์หรือมิใช่ หรือสุนัขตัวนี้อาจเคยเป็นบิดามารดาเรามาก่อน”
         การเวียนว่ายตายเกิดจึงเป็นความเชื่อขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่งของพระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธศาสนาเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม หากมีความผูกพันก็สามารถกลับมาเกิดอีกได้ เป็นอะไรก็ได้ อาจเป็นไก่ เป็นสุนัข หรือเป็นสัตว์อย่างอื่นส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสภาวะจิตก่อนตาย

พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
10/03/53

        



 

เพิ่มข้อคิดเห็นใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
เรียกดูใหม่

ส่งข้อคิดเห็น
ยกเลิก

บทความล่าสุด

  • ข้าพเจ้าเชื่อ แต่ว่าจะไม่ทำตาม
  • บันทึกบนทางผ่าน “นาลันทามหาวิหารและนวนาลันทามหาวิทยาลัย”
  • ยอมให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้
  • ความดีที่คนดียอมรับ
  • พระเวสสันดร:มนุษย์สมบูรณ์แบบ
  • งานเทศน์มหาชาติวัดมัชฌันติการาม
  • ประโยคและการแปลภาษาบาลี
  • เริ่มที่พ่อก่อที่แม่
  • ตะปูตรึงใจ
  • ริมฝั่งแม่น้ำคงคามหานที
เรามี 174 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

free counter

English Arabic Bulgarian Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) Croatian Czech Danish Dutch Finnish French German Greek Hindi Italian Japanese Korean Norwegian Polish Portuguese Romanian Russian Spanish Swedish Catalan Filipino Hebrew Indonesian Latvian Lithuanian Serbian Slovak Slovenian Ukrainian Vietnamese Albanian Estonian Galician Hungarian Maltese Thai Turkish

ไซเบอร์วนาราม.เน็ต
พัฒนาเว็บไชด์โดยพระมหาบุญไทย ปุญญมโน วัดมัชฌันติการาม วงศ์สว่าง ๑๑ กรุงเทพมหานคร
เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
ติดต่อ webmaster  Buth505@gmail.com, buth505@hotmail.com, Tel:๐๘-๙๘๕๒-๔๒๐๙