• หน้าแรก
  • ธรรมะ/ข้อคิดประจำวัน
  • บทความวิชาการ
  • ฟังธรรมะ
  • กระดานสนทนา
  • สมุดเยี่ยมชม
  • การติดต่อ
เมนูหลัก
  • หน้าแรก
  • ธรรมะ/ข้อคิดประจำวัน
  • บทความทางวิชาการ
  • พุทธศาสนสุภาษิต
  • ฟังธรรมะ/สวดมนต์/ฟังดนตรี
  • ภาษาบาลี
  • เสียงจากผู้อ่าน
  • กระดานสนทนา
  • สมุดเยี่ยม
  • ปฏิทินกิจกรรม
  • ประมวลภาพ
  • การติดต่อ
เข้าระบบ



  • ลืมรหัสผ่าน?
  • ลืมชื่อเข้าใช้งาน?
  • ลงทะเบียน

 















วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์
ร่มไทรดอทคอม
วัดป่ามุจจลินทร์
วัดโสมนัสราชวรวิหาร

 
 
 
 
     
  MultiplyLogo
Post New Content Invite People
 
Inbox Contacts Groups
 
Media Locker buth poonna
 
Shop Search
 
     
 
 
 
 
     

 Buth505.multiply.com

Facebook Twitter

ไซเบอร์วนาราม.เน็ต เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม

 ไซเบอร์วนารามดอทเน็ต:พระพุทธศาสนาในโลกไซเบอร์

ทำไมมนุษย์จึงต้องมีทุกข์

              ฟังการบรรยายทั้งทางวิชาการ ธรรมะ บันเทิงตลอดสองวันที่ผ่านมาในงานสัมมนาพัฒนาศักยภาพบุคคลากร มมร เพื่อการเผยแผ่ศีลธรรมแก่สังคม งานวิชาการนั้นฟังได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอนั่งฟังการบรรยายธรรมะจากวิทยากรที่มีชื่อเสียงกลับมีความรู้สึกว่าตนเองโง่เสียถนัด ทั้งๆที่สิ่งที่วิทยากรพูดนั้นเรารู้มาหมดแล้ว แต่ทำไมเวลาคนอื่นพูดกลับมีความรู้สึกว่าฟังง่ายเข้าใจง่าย แต่พอตัวเองนำไปพูดทำไมพูดได้แต่ไม่ค่อยดี ส่วนที่ดีกลับพูดไม่ได้ 
              การอธิบายธรรมแบบชาวบ้านฟังง่ายน่าปฏิบัติตาม อีกทั้งมีความสนุกเพลิดเพลินไปด้วย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะวิทยากรพวกนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องของการปฏิบัติ คือจงทำตามที่ข้าพเจ้าพูด แต่อย่าทำตามที่ข้าพเจ้าทำ พูดแล้วก็แล้วกันไป ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะปฏิบัติตามที่ตนเองพูดหรือไม่ แต่พระภิกษุมีมุมมองต่างกันคือต้องทำได้อย่างที่พูด และต้องพูดอย่างที่ทำ เมื่อมีกรอบอย่างนี้บางอย่างจึงพูดไม่ได้ เลยมีผลทำให้เนื้อหาหนักเกินไปไม่มีความเพลิดเพลินอยู่ด้วย หรือหากจะเพลิดเพลินก็มีขอบเขต การบรรยายธรรมของพระภิกษุและฆราวาสจึงมีจุดยืนต่างกัน

              พันเอกนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ตั้งคณาวิทยากรบรรยายหัวข้อ “ธรรมะกับชีวิต” พูดอยู่เสมอตลอดการบรรยายว่าผมได้สนทนากับพระพุทธเจ้าแล้ว พระองค์บอกผมมา เช่นการบรรยายช่วงหนึ่งว่า “ผมถามองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าว่า “ทำไมมนุษย์จึงต้องมีทุกข์ครับ” 
              องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าตอบผมว่า “คำว่าทุกข์มีอยู่ในมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเกิดมาสูง ต่ำ ดำ ขาว รวยจน ทุกคนต้องมีทุกข์ ถ้าเรียกว่ามนุษย์แล้วละก็ไม่มีใครไม่มีทุกข์หรอกนะ ส่วนใหญ่การมีทุกข์มาจากรรม อีกส่วนหนึ่งก็เป็นการทดสอบของฟ้า กรรมถ้าเกิดขึ้นเจ้ายอมรับและชดใช้ กรรมนั้นก็จะหมดไป อย่าคิดหนีกรรมหนีไม่พ้นหรอก ถ้าเจ้าไม่อยากชดใช้กรรมที่ตนเองได้ทำลงไป มนุษย์ก็ต้องหาอย่างอื่นมาชดใช้หนี้กรรมแทน”คำถามเดียวกันหากเปลี่ยนผู้บรรยายเป็นพระภิกษุจะใช้วิธีการแบบนี้ไม่ได้ เพราะเป็นการเสี่ยงต่อการผิดวินัยข้อห้ามอย่างร้ายแรง แต่ฆราวาสไม่มีวินัยบังคับไว้จึงใช้วิธีการแบบนี้ได้
              คำถามเดียวกันนี้หากไปถามหลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง ท่านก็จะตอบว่า “ทุกข์มีเพราะยึด ทุกข์ยืดเพราะอยาก ทุกข์มากเพราะพลอย ทุกข์น้อยเพราะหยุด ทุกข์หลุดเพราะปล่อย” จากนั้นคุณหมอก็บรรยายเรื่องทุกข์ต่อไปอีกนาน   

             นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่คุณหมอได้บรรยายต่อหน้าคนฟังเจ็ดร้อยคน ในจำนวนนั้นมีพระภิกษุอยู่ด้วยประมาณสองร้อยรูป ส่วนหนึ่งเป็น อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย มีวุฒิปริญญเอกทางพระพุทธศาสนา ปรัชญาอีกไม่น้อยกว่าสามสิบรูป เนื้อหาในการบรรยายวันนี้ส่วนหนึ่งมาจากหนังสือ “สนทนากับองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า”โดยพันเอกนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา ใครจะไปหาซื้ออ่านไม่แน่ใจว่ามีขายตามร้านหนังสือทั่วไปหรือยัง เพราะหนังสือพึ่งพิมพ์ครั้งที่สองเสร็จเดือนกรกฎาคมนี่เอง บรรยายจบขายหนังสือไปด้วย เป็นอาชีพที่น่าทำอีกอาชีพหนึ่ง แต่น่าจะทำได้เฉพาะบางคนเท่านั้น
              ภาคเช้าฟังเรื่องของวิชาการ ภาคบ่ายฟังการบรรยายธรรมะโดยวิทยากรที่เป็นฆราวาส พอถึงภาคเย็นฟังวิชาการต่อ งานสัมมนาเริ่มตอนแปดโมงเช้า เลิกตอนสี่ทุ่ม ผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นบุคคลากรของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยจากทุกวิทยาเขตทั่วประประเทศประมาณ 700 รูป/คน มีทั้งพระภิกษุและฆราวาส จัดขึ้นที่ศาลายา จังหวัดนครปฐม

              บางครั้งสิ่งเราคิดว่าเรารู้ แต่ไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นฟังได้ แต่เมื่อฟังคนอื่นบ้างก็จะได้รู้ว่าเขารู้อะไรบ้าง ความรู้มีมาได้จากทุกที่ แต่การปฏิบัติเป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล ความรู้จากตำราหาอ่านได้ไม่ยากแต่ความรู้ที่เกิดจากภายในต้องเกิดความพุทธิปัญญาและการสั่งสมบ่มบารมีธรรมะของแต่ละคน ความทุกข์ก็เฉกเช่นเดียวกัน มนุษย์ทุกคนมีทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น แต่จะน้อยหรือมากนั้นขึ้นอยู่กับตัณหา(ความอยาก)ของแต่ละคน เหมือนกับที่หลวงพ่อชา สุภัทโทสรุปไว้ได้ชัดเจนว่า “ทุกข์มีเพราะยึด ทุกข์ยืดเพราะอยาก ทุกข์มากเพราะพลอย ทุกข์น้อยเพราะหยุด ทุกข์หลุดเพราะปล่อย” ไปขยายความต่อเอาเอง


พระมหาบุญไทย  ปุญญมโน
22/07/53


 



 

เพิ่มข้อคิดเห็นใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
เรียกดูใหม่

ส่งข้อคิดเห็น
ยกเลิก

บทความล่าสุด

  • พระเวสสันดร:มนุษย์สมบูรณ์แบบ
  • งานเทศน์มหาชาติวัดมัชฌันติการาม
  • ประโยคและการแปลภาษาบาลี
  • เริ่มที่พ่อก่อที่แม่
  • ตะปูตรึงใจ
  • ริมฝั่งแม่น้ำคงคามหานที
  • บันทึกบนทางผ่าน "จากพุทธคยาถึงพาราณสี"
  • เจ้าคณะเขตดุสิตเยือนวัดมัชฌันติการาม
  • SOUND OF JAZZ
  • เขาว่าข้อยบ้า : คำตอบจากจำปาสัก
เรามี 111 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

free counter

English Arabic Bulgarian Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) Croatian Czech Danish Dutch Finnish French German Greek Hindi Italian Japanese Korean Norwegian Polish Portuguese Romanian Russian Spanish Swedish Catalan Filipino Hebrew Indonesian Latvian Lithuanian Serbian Slovak Slovenian Ukrainian Vietnamese Albanian Estonian Galician Hungarian Maltese Thai Turkish

ไซเบอร์วนาราม.เน็ต
พัฒนาเว็บไชด์โดยพระมหาบุญไทย ปุญญมโน วัดมัชฌันติการาม วงศ์สว่าง ๑๑ กรุงเทพมหานคร
เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
ติดต่อ webmaster  Buth505@gmail.com, buth505@hotmail.com, Tel:๐๘-๙๘๕๒-๔๒๐๙