ไซเบอร์วนาราม:พระพุทธศาสนาในโลกไซเบอร์
ได้พบกับ ดร.โสภณ ขำทัพ อาจารย์สอนที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย สนทนากันถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ดร.โสภณบอกว่ามีสรุปงานวิจัยที่เคยเสนอที่มหาวิทยาลัยหนานฮวา ประเทศไต้หวัน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีการประชุมสัมมนาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยหนานฮวา ที่ประเทศไต้หวัน ได้เขียนไว้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย อ่านแล้วเห็นว่ามีสาระน่าจะเป็นปประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังสนใจศึกษาในบริบทของเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีชีวิตแบบพุทธ จึงขออนุญาตนำเผยแผ่ เชิญอ่านและศึกษาได้ตามสะดวก
ลูกกอดแม่ไม่สนิท ใกล้ชิดพ่ออย่างหวาดระแวง ระหองระแหงกับญาติ ๆ มาจากรักที่ขาดศรัทธาความรักเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่รักที่ขาดศรัทธาเสมือนเงามืดครอบงำความคิด ครอบงำคำพูดและครอบงำการกระทำ เบี่ยงเบนเป้าหมายชีวิตให้บิดเบี้ยวส่งผลดีไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย บ่วงความรักที่ถูกผลักให้เหลือเพียงหน้าที่ ไม่ได้มาจากจิตบริสุทธิ์ กลายเป็นภาระทางสังคมต่างตอบแทน ปฏิบัติเพียงป้องกันหรือปัดลวดหนาวสายตา ปัดกระแสเปลวความคิดไม่ให้พุ่งมาสู่ตน ฉลาดหามายามาทดแทนให้เป็นที่ยอมรับในสังคม โดยอาศัยกลุ่มสังคมเขียนสคริปต์สร้างระยะห่างความรักให้ดูดี
แดดยามเช้าวันนี้สดใสเป็นพิเศษ คงเนื่องเพราะคืนที่ผ่านมาฝนตกพรำตลอดคืน พออรุณรุ่งเมื่อดวงอาทิตย์โบกมือขึ้นทักทายขอบฟ้าเบื้องบุรพทิศ ท้องฟ้าจึงสดใสเอ่ยคำทักทายแสงแรกแห่งสุริยันอย่างเบิกบาน ดังที่มีคนกล่าวว่าหลังฝนตกท้องฟ้าย่อมสดใส ธรรมชาติก็มีส่วนทำให้จิตใจของมนุษย์สดชื่นไปด้วย ยกเว้นแต่ใครบางคนที่กำลังมองหาทางออก ถูกความโลภบังตา ตัณหาบังใจ จนมองไม่เห็นความงดงามแห่งธรรมชาติที่แต่งแต้มเติมสีให้โลกนี้งดงามน่าอภิรมย์
ถนนหนทางในกรุงเทพมหานครเริ่มมีรถหนาแน่นอีกแล้ว หากจะเดินทางไปไหนมาไหนก็ต้องเผื่อเวลาอย่างน้อยหนึ่งถึงสองชั่วโมง ไม่อย่างนั้นมีหวังไปไม่ทันงาน เพราะปัญหารถติดที่กรุงเทพฯแก้ยาก ถนนมีเท่าเดิมแต่รถมีปริมาณเพิ่มขึ้น ถนนบางแห่งยังอยู่ในช่วงก่อสร้าง ที่แคบอยู่แล้วก็ยิ่งแคบเข้าไปอีก ยิ่งในช่วงนี้โรงเรียนหลายแห่งเปิดเทอมกันแล้ว พวกเด็กๆกำลังอยากไปโรงเรียน นัยว่าบางคนอยากได้แท็บเล็ตที่กำลังจะแจกฟรีให้แก่นักเรียน ของฟรีใครๆก็อยากได้ เด็กไทยสมัยนี้ต้องเรียกว่าเด็กไทยยุคไฮเทค
เมื่อเดินทางไปอินเดียครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2542 นั้น บรรณาธิการวารสารปัญญาได้ขอให้เขียนบทความลงในวารสารโดยกำหนดหัวข้อไว้ว่า “ร่องรอยพระพุทธศาสนาในอินเดีย” โดยเน้นที่สมัยปัจจุบัน นอกจากจะเดินทางไปดูสถานที่ต่างๆด้วยตนเองตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวยแล้ว ยังต้องหาหนังสือเพื่ออ่านประกอบ หนังสือที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในอินเดียสมัยใหม่ เป็นหนึ่งในอีกหลายเล่มที่ได้อ่าน เมื่ออ่านแล้วจึงค่อยๆ แปลเพื่อหยิบยกเอาเนื้อหาที่จำเป็นมาเขียนบทความ หนังสือเล่มนี้มีเจ็ดบท เมื่อแปลเป็นภาษาไทยมีเนื้อหามากกว่า 300 หน้า เรื่อง “พระพุทธศาสนาในเทือกหิมาลัย” เป็นเนื้อหาในบทที่ 3 สำหรับชื่อบุคคล ชื่อเมือง ชื่อสถานที่ต่างๆ อาจจะออกเสียงแตกต่างกันไปบ้าง นั่นเพราะการถอดความของผู้แปลเอง อาจจะแตกต่างจากที่อื่นๆ แต่ขอให้อ่านเพื่อการศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา เพียรพยายามอยู่หลายปีจึงแปลจบ หากเก็บไว้อ่านคนเดียวไม่เผยแผ่ก็คงไม่มีประโยชน์อันใด
ถ้าใจไม่ศรัทธาแม้อยู่ต่อหน้าพระพุทธองค์ บทสรุปคงได้แค่บทสนทนาเพลิน ๆ ดุจกามนิตที่ใกล้เกลือกินด่างกล่าวคำลาเต็มปากเต็มคำกับพระพุทธเจ้าว่า “ลาก่อนสหายเราจะไปเฝ้าพระพุทธองค์แล้วนะ” กามนิตเป็นบุรุษหนุ่มที่รอมแรมข้ามน้ำข้ามทะเลจากแดนไกล หวังจะมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์เพื่อลิ้มรสโอสถธรรม ระหว่างทางก่อนถึงที่หมาย ได้เข้าขอพักค้างคืนที่หมู่บ้านช่างปั้นหมอที่โรงปั้นหมอ ก่อนจะเดินทางต่อไปในวันรุ่งขึ้น
วันนั้นเป็นวันหยุดไม่มีงานที่ไหน ไม่รับงานที่ไหน ตั้งใจว่าจะให้เป็นวันหยุดจริงๆ จะไม่ดูโทรทัศน์ ไม่อ่านหนังสือ ไม่เขียนหนังสือ ไม่เดินทางไปไหน จะอยู่ที่วัดอยู่ที่กุฏิคนเดียว ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปตามครรลองของมันตามสภาวะที่มันเป็น พยายามอยู่กับปัจจุบันที่เห็นและเป็นอยู่ ไม่ต้องเดินทางไปไหนทั้งนั้นอยู่ที่ห้องเดิมที่เคยอยู่นี่แหละ ดูซิว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร
ชาวไร่ชาวนาได้รับการเรียกขานว่า “กระดูกสันหลังของชาติ” ทำงานหนักเพราะต้องอยู่กับแดด ลม ฝนตลอดทั้งวัน จนมีคำเรียกขานอีกอย่างหนึ่งเป็นอาชีพที่ “หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน” เวลาดำนำต้องก้มๆเงยๆหันหลังให้แสงอาทิตย์ที่จะต้องแผดเผากายให้ร้อนระอุ หันหน้าก้มลงปักดำต้นกล้าหน้าก็ต้องสู้กับดิน ภายหลังมีคำเรียกขานที่ไพเราะว่า “เกษตรกร” ซึ่งก็หมายถึงผู้ทำการเกษตร ในการกรอกใบสมัครหรือหากจะเดินทางไปต่างประเทศก็จะมีช่องที่ระบุอาชีพไว้ด้วย ก็ต้องกรอกลงไปว่า “ชาวนา” เพราะภูมิหลังมาจากลูกชาวไร่ชาวนา มิใช่เกษตรกร เพราะคำว่าเกษตรกรบ่งถึงอาชีพหลายอย่าง แต่ชาวนาคือผู้ที่ทำนาเป็นอาชีพ ส่วนอาชีพอย่างอื่นเป็นเพียงอาชีพรอง
โดยทั่วต้นไม้มักจะเกิดอยู่ในป่า ยิ่งเป็นป่าที่สมบูรณ์ก็ยิ่งจะมีต้นไม้ใหญ่ แต่พอความเจริญของโลกมากขึ้น ดูเหมือนว่าป่าเริ่มจะเหลือน้อยลง ปัจจุบันจะหาดูต้นไม้ขนาดใหญ่ๆจึงหายาก ส่วนหนึ่งต้นไม้ขนาดใหญ่จึงมักจะเหลืออยู่ในวัด หรือสถานที่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ โดยเฉพาะวัดป่ามักจะมีป่าและต้นไม้ใหญ่ให้เห็น วัดบางแห่งจึงเป็นสถานที่ที่อนุรักษ์ต้นไม้ไว้โดยปริยาย
วันธรรมสวนะที่ตรงกับวันฉัตรมงคลที่ผ่านมา มียายคนหนึ่งอายุประมาณแปดสิบปีถามว่า “กิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปด มันคืออะไร ยายสงสงสัยมานานแล้ว อยากรู้ก่อนตาย” ตอนนั้นตอบไม่ได้ นับไม่ได้ เพราะไม่เคยนับ เข้าใจเอาเองมานานแล้วว่าน่าจะเป็นคำพูดที่แสดงให้เห็นถึงกิเลสและตัณหาว่ามีเป็นจำนวนมาก จนนับไม่ได้ เหมือนกับ “โจรห้าร้อย” ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีโจรห้าร้อยคนจริงๆ เพียงแต่บอกเป็นนัยว่า “มีเป็นจำนวนมาก” โจรห้าร้อยมีปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาหลายแห่ง “ตัณหาร้อยแปด” เคยพบในพระไตรปิฎกหลายแห่ง แต่ “กิเลสพันห้า” ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็น 1005 หรือ 1500 กันแน่ ภาษาไทยคำว่า "พันห้า" อาจหมายถึง 1005 หรือ 1500 ก็ได้













